สร้างนิสัยการอ่านหนังสือได้ไม่ยากด้วยหลัก 4 ข้อ

สร้างนิสัยการอ่านหนังสือ

          เมื่อพูดถึง “การอ่านหนังสือเรียน” หลายคนที่ได้ยินคงจะรู้ว่าเป็นเหมือนยาขม หรือเป็นเรื่องหน้าเบื่อ ยิ่งกับหนังสือที่เน้นทางด้านวิชาการด้วยแล้ว ยิ่งรู้สึกง่วงขึ้นมาเลยทีเดียว หรืออาจกำลังมองหาวิธีอื่นที่ช่วยในการเรียนรู้มากกว่าการอ่านหนังสือ เช่น การใช้บริการติวเตอร์ตามสถาบันกวดวิชา ฟังการเรียนการสอนผ่าน Podcast, Ted talk, Youtube ฯลฯ อย่างไรก็ตามการอ่านหนังสือก็ยังคงเป็นสิ่งสำคัญอยู่ดี บางครั้งการฟังอาจจะช่วยให้เราเข้าใจได้ง่ายและเร็วขึ้นก็จริง แต่ก็ไม่ได้ตอบโจทย์กับทุกเนื้อหา ยิ่งกับคนที่เรียนเฉพาะทางหรือทำงานเฉพาะทางด้วยแล้วการค้นคว้าผ่านการอ่านหนังสือก็ยังคงจำเป็นอยู่เช่นกัน ดังนั้นเพื่อไม่ให้ “การอ่าน” เป็นเรื่องน่าเบื่อ ลองหันมาสร้างนิสัย รักการอ่าน ด้วยวิธ๊ต่อไปนี้ดีกว่า

          1. เลิกนิสัยเจอเนื้อหาที่ยาวไปไม่อ่าน และการเลือกอ่านเรื่องที่สนใจจริง ๆ แน่นอนว่าถึงเราจะไม่ชอบอ่านหนังสือ เวลาเจอตัวหนังสือเยอะๆ หลายบรรทัด หลายหน้า รู้สึกท้อและเกิดความขี้เกียจขึ้นมาแบกะทันหันบ้าง แต่หากเราร้างแรงจูงใจที่จะอ่านเช่น เพราะมีความจำเป็นที่ต้องการจะเข้าเรื่องที่ยังสงสัยเกี่ยวกับการทำงานหรือการเรียน จึงจำเป็นต้องอ่าน เพียงเท่านี้เราก็จะเริ่มต้นอ่านด้วยการกวาดสายตาหาส่วนของเนื้อหาที่เราสนใจจริง ๆ และทำความเข้าใจ เมื่อทำบ่อย ๆ ก็จะทำให้เกิดแรงจูงใจในการอ่านหนังสือ

          2. หนังสือที่จัดเป็นเรื่องราวบันเทิงสามารถทำให้เราอ่านหนังสือเยอะขึ้นได้จริง ๆ แน่นอนว่าหนังสือที่มีเนื้องหาสระที่เกี่ยวกับความบันเทิงนั้นย่อมทำให้เราสนุกกว่าการอ่านหนังสือที่มีเนื้อหาทางวิชาการที่หนัก แต่เราต้องไม่ลืมที่จะใส่ใจเรื่องเรียนด้วย หากเรารู้เรื่องเกี่ยวกับคามบันเทิง ไม่ว่าจะเป็น เพลง ภาพยนตร์ ศิลปิน ดารา แต่กลับไม่รู้หรือเข้าใจเนื้อหาของวิชาที่เรียน-ทำงาน ก็อาจจะกลายเป็นปัญหาในชีวิตเราได้ ทางที่ดีคือลองแบ่งเวลาในการอ่านทางด้านบันเทิงกับวิชาการให้เท่า ๆ กัน หรืออ่านหนังสือประเภทสารคดีที่มีเนื้อหาไม่หนักและยากจนเกินไปแล้วยังแฝงความสนุกไว้อีกด้วย

          3. ติดตามกระแสวงการหนังสือบ้าง ว่าตอนนี้โลกเรามีหนังสือที่นำเสนอเรื่องอะไรน่าสนใจบ้าง เพราะแน่นอนว่าในแต่ละปีก็จะมีหนังสือที่ได้ถูกกล่าวขาน ทรงอิทธิพลและได้รับการยกย่องแนะนำอยู่หลายเล่ม หลายสาขาดังนั้นหากเราลองเลือกอ่านในสาขาที่เราสนใจหรือเกี่ยวข้องนอกจากจะทำให้เราได้อัพเดตข้อมูลอะไรใหม่ๆแล้วยังทำให้เราได้ไอเดียหรือข้อคิดที่สามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตและทันต่อเหตุการณ์ปัจจุบัน

          4. แบ่งเวลาไว้สำหรับการอ่านหนังสือในแต่ละวัน เพราะใน 1 วันคนเรามี 24 ชั่วโมงเท่ากันหมด ดังนั้นหากเราใช้เวลาแบบปล่อยตัวตามสบายเวลาก็ผ่านไปอย่างเปล่าประโยชน์แถมไม่ได้พัฒนาตนเองอีก ดังนั้นถ้าเราแบ่งเวลาไว้ว่าช่วงเวลาใดจะอ่านหนังสือก็จะทำให้เรามีทิศทางในการอ่านที่แน่นอน ประหนึ่งว่าได้ฝึกวินัยไปในตัวด้วย อาจใช้วิธีเขียนข้อความเตือนใจแล้วแปะไว้ที่โต๊ะหนังสือหรือหัวเตียง เพื่อช่วยเป็นแรงกระตุ้นให้เราอยากหนังสือให้ได้มากขึ้น โดยเฉพาะหนังสือเรียนหรือหนังสือที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน หรือจะจดจำให้ขึ้นใจเลยว่าเพราะทุกวันคือวันก่อนสอบ วิธีนี้แหละจะทำให้เราตื่นตัวในการจะหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านได้มากยิ่งขึ้น เพราะถ้าเราคิดไว้ล่วงหน้าเสมอว่าจะมีสอบในวันถัดไป วันนี้เราจะได้ตั้งใจหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน ไม่ต้องโหมอ่านแบบยาวๆ แต่เลือกอ่านแบบเก็บเล็กผสมน้อย นอกจากจะฝึกให้เราเริ่มอ่านหนังสือมากขึ้นแล้ว รับรองว่าก่อนวันสอบหรือวันนำเสนอผลงานจริง ๆ เราจะมีเวลาพักผ่อนมากขึ้นอย่างแน่นอน

Related Post

เรียนอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพ

เรียนอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพ ?เรียนอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพ ?

การเรียนรู้ หมายถึง การได้รับความรู้ พฤติกรรม ทักษะ คุณค่า หรือความพึงใจ ที่เป็นสิ่งแปลกใหม่หรือปรับปรุงสิ่งที่มีอยู่ให้ไปในทางที่ดี จึงทำให้ผู้เรียนมีความเจริญงอกงามในทุกๆด้าน ทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา มันจึงเป็นเหตุผลง่าย ๆ ที่ทำให้เราทุกคนต้องเรียน         ช่วงเวลาแห่งวัยเรียนถือเป็นช่วงเวลาที่สนุกที่สุด และถือเป็นช่วงแห่งการวางรากฐานสำคัญที่จะปูทางไปสู่ความเสร็จในอนาคต ทั้งเรื่องการใช้ชีวิตหรือการประกอบอาชีพ แล้วจะทำอย่างไรให้เราสามารถเรียนได้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เทคนิค เรียนอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพ 1. สร้างแรงจูงใจ กำหนดเป้าหมายในการเรียนได้แล้ว เป้าหมายในการเรียนเป็นสิ่งสำคัญ เช่น ตั้งใจเรียนเพื่อจะเป็นหมอ การกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน

เรียนภาษาอังกฤษ

เรียนภาษาอังกฤษให้เก่งได้ด้วยตนเอง ไม่ต้องง้อโรงเรียนกวดวิชาเรียนภาษาอังกฤษให้เก่งได้ด้วยตนเอง ไม่ต้องง้อโรงเรียนกวดวิชา

          ภาษาอังกฤษเป็นภาษาสำคัญและควรค่าแก่การศึกษาเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นภาษาที่ใช้เป็นภาษากลาง ไม่ว่าเป็นเรื่องงานหรือไปท่องเที่ยวต่างประเทศก็ล้วนแล้วแต่ต้องใช้ภาษาอังกฤษทั้งสิ้น ทั้งยังสร้างโอกาสในการเรียนต่อหรือความก้าวหน้าในหน้าที่การงานได้ แต่ครั้นจะให้ไปนั่งเรียนในโรงเรียนกวดวิชาก็ไม่มีเวลาหรือดันมีปัญหาทางการเงินขึ้นมาอีก ดังนั้นวันนี้เราจะแก้ไขปัญหานี้โดยแนะนำวิธีให้คุณสามารถเรียนภาษาอังกฤษให้เก่งได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องง้อโรงเรียนกวดวิชาอีกต่อไป อ่านหนังสือหรือบทความภาษาอังกฤษเยอะๆ ลองเริ่มจากการอ่านบทความสั้น บนนิตยสารหรือเว็บไซต์ที่เราชอบ เนื่องจากหนังสือพวกนี้ ใช้คำศัพท์ที่ไม่ยากมากนัก และส่วนมากจะมีรูปภาพประกอบซึ่งทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น เมื่อเข้าใจมากขึ้นก็ค่อยเพิ่มระดับความยากให้มากขึ้นอย่างการอ่านหนังสือเป็นเล่มแทน การเห็นคำศัพท์ภาษาอังกฤษผ่านตาบ่อยๆจะเป็นการช่วยเพิ่มในเรื่องของความจำและความเข้าใจ ศึกษาในเรื่องของการใช้ในบริบทต่างๆ แถมเป็นการเรียนรู้คำศัพท์และสำนวนใหม่ๆให้คุณได้ไว้เก็บในคลังคำศัพท์ภาษาอังกฤษของคุณด้วย ฟังเพลง ข่าวและวิทยุที่เป็นภาษาอังกฤษ พยายามฟังพวกเพลง ทอล์คโชว์ ข่าวภาษาอังกฤษ หรืออะไรก็ได้ที่เราชอบเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อเป็นการปรับหูให้คุ้นเคยกับภาษาอังกฤษและพอฟังแล้วก็ต้องพยายามหาความหมายของมันด้วยนะ อย่าฟังแล้วปล่อยผ่านไปเฉยๆ ซึ่งจะทำให้เราได้เรียนรู้ทั้งเรื่องของสำเนียงการพูดที่ถูกต้องและคำศัพท์ภาษาอังกฤษ ดูภาพยนตร์ในระบบเสียง Soundtrack เริ่มจากการดูภาพยนตร์ที่ตัวเองชื่นชอบมากแบบที่ว่าดูเป็นร้อยรอบก็ไม่มีวันเบื่อก่อน มีวิธีการคือให้ลองเปิดดูรอบแรกแบบที่มีซับไตเติ้ลเป็นภาษาไทยก่อน